Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
honda


เมนู

     

    เช็คอินฟินสุดๆ กับ นิสสัน อีโคคาร์พาท่องเที่ยวไทย

    เช็คอินฟินสุดๆ กับ นิสสัน อีโคคาร์พาท่องเที่ยวไทย



    เช็คอินฟินสุดๆ กับ นิสสัน อีโคคาร์พาท่องเที่ยวไทย
    ทริปที่ 2 มองฟ้ากว้างที่ภูทอก

    โปรย...........ใครๆ ก็ชอบถ้าได้รถดีๆ สักคันที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างนิสสัน มาร์ช และ นิสสัน อัลเมร่า   เครื่องยนต์ 1200 ซีซี มาเป็นรถคู่กายพาท่องเที่ยวไปทั่วไทย

    บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  ได้จัดกิจกรรม ให้กับลูกค้า นิสสัน มาร์ช และนิสสันอัลเมร่า  ภายใต้ชื่อโครงการ “นิสสัน อีโค คาร์ พาท่องเที่ยวไทย ด้วยใจอนุรักษ์ ปีที่ 3” ตอนเช็คอิน ฟินทุกทริป ทริปที่ 2 มองฟ้ากว้างที่ภูทอก โดยเริ่มต้นจากจังหวัดสกลนครไปจบทริปกันที่จังหวัดบึงกาฬ มีลูกค้านิสสัน มาร์ช และนิสสัน อัลเมร่า กว่า 50 คัน ที่เข้าร่วมเดินทางในครั้งนี้




    วันฟ้าใส อากาศเป็นใจสมาชิกที่จะร่วมเดินทางมาพร้อมกันที่โชว์รูม สกลนคร นิสสัน เซลส์ และสยามนิสสัน กาฬสินธุ์  กับกิจกรรมดีๆ ที่จะได้รับทั้งความรู้ และความสนุกจากเกมให้ลุ้นกันตลอดเส้นทาง  หลังจากลงทะเบียนรับสติ๊กเกอร์เบอร์รถไปติดกันป็นที่เรียบร้อย  ด้านอาหารเช้าที่ทางนิสสันจัดเตรียมก็มีให้เลือกทานอยู่มากมาย เรียกได้ว่าไม่อิ่มไม่เลิกทานกันเลยทีเดียว เพราะมีแต่ของอร่อยๆ ทั้งนั้น  เมื่อทุกอย่างพร้อมพิธีกรคู่หูทั้งสองก็เรียนเชิญคุณจิระพล รุจิวิพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด  บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นมากล่าวต้อนรับสมาชิกที่จะร่วมเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ และท่านเองก็เป็นหัวเรือใหญ่ที่จัดกิจกรรมดีๆ ให้กับลูกค้านิสสันมาโดยตลอดและยังได้ร่วมทริปไปกับคณะคาราวานด้วย




    แปดโมงเริ่มตีธงปล่อยขบวนคาราวาน มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครพนม เข้าไปสักการะพระธาตุประสิทธิ์ พระธาตุประจำวันเกิด(วันพฤหัสบดี) ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั้งในจังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียงเพราะถือเป็นองค์พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครพนม ผู้ที่มากราบไหว้ส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานของให้สำเร็จในเรื่องการงาน  และเรายังได้ร่วมกันเดินเวียนเทียนเพื่อเป็นการขอพร และขอขมาแด่พระธาตุด้วย  ไหว้พระทำบุญกันแล้วขบวนคาราวานก็ไปเยี่ยมชมศูนย์หัตถกรรม วัดพระธาตุประสิทธิ์ กลุ่มทอผ้ามูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งจัดแสดงและจำหน่ายสินค้านานาชนิดที่พัฒนาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น มีทั้งผ้าไหมพื้นเมือง ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากกก มีราคาไม่แพง ทำเอาสมาชิกหลายท่านต้องควักกระเป๋าซื้อผ้ากลับบ้านคนละชิ้นสองชิ้น กระจายรายได้สู่ชุมชนกันไปเป็นที่เรียบร้อย




    ได้เวลาพอสมควรรถทุกคันเข้าขบวนกันอีกครั้งเพื่อจะไปยังจุดที่สองซึ่งอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่นัก ขับรถกันประมาณ 15 นาที เราก็มาถึงหมู่บ้านทำแคน ที่บ้านท่าเรือ อำเภอนาหว้า  ที่นี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทำแคนในจังหวัดนครพนมเลยก็ว่าได้  เครื่องดนตรีพื้นเมืองเก่าแก่งานศิลป์ที่ทำขึ้นจากหมู่บ้านแห่งนี้ จะมีเสียงที่ไพเราะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปของศิลปินพื้นบ้านอีสาน เราได้เห็นถึงขั้นตอนในการทำแคนที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำแคนขึ้นมาสักอันแล้วให้มีเสียงที่ไพเราะมันคือเสน่ห์ที่ได้สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นจนมาถึงปัจจุบันของบ้านนาหว้าแห่งนี้





    อีสานใช่จะมีเสน่ห์แต่เรื่องของทางวัฒนธรรม จังหวัดต่างๆ ในภาคอีสานก็ยังคงมีแหล่งท่องเที่ยวทางรรมชาติที่สวยงาม เช่นเดียวกับจุดหมายต่อไปที่ขบวนคาราวานทั้ง 50 คัน จะเข้าไปสัมผัสในวันนี้ อุทยานแห่งชาติภูลังกาเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีความสมบูรณ์แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่นานาชนิด และยังครอบคลุมพื้นที่ถึง 2 จังหวัดด้วยกัน บนเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร ในอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม และอำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ คณะคาราวาน นิสสัน อีโค คาร์ ได้ขับผ่านเส้นทางที่มีหลุมบ่อมากพอสมควรกว่าจะมาถึงอุทยานแห่งชาติภูลังกา แต่ด้วยช่วงล่างที่นุ่มสบายของนิสสัน มาร์ช และนิสสัน อัลเมร่า ขบวนคาราวานทุกคันก็สามารถ ขับผ่านจนมาถึงที่จอดรถของอุทยานฯ ได้อย่างสบาย  การมาเที่ยวกันในครั้งนี้ใช่ว่าจะมาเพื่อชมความงดงามของผืนป่าแห่งนี้เพียงอย่างเดียว เราทุกคนยังได้ช่วยซ่อมแซมฝายกั้นน้ำ เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าแห่งนี้กันคนละไม้คนละมือจนเสร็จสมบูรณ์ ด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจนี้จะทำให้เราทุกคนได้ระลึกถึงว่าครั้งหนึ่งเราเองก็มีส่วนร่วมในการทำความดีที่อุทยานแห่งชาติภูลังการ่วมกับเพื่อนๆ อีกกว่า 100 ชีวิต กับรถคู่ใจของแต่ละคนมันจะเป็นภาพความทรงจำที่ดี ณ ที่แห่งนี้ที่ที่เราทุกคนมาทำความดีร่วมกัน





    เข้าสู่วันที่สองของการเดินทาง ในจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดที่แยกตัวออกมาจากจังหวัดหนองคาย ยกตัวเองออกมาเป็นจังหวัดที่ 77 ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2554  จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์โอบล้อมไปด้วยภูเขาและน้ำตกที่สวยงาม พื้นที่ส่วนใหญ่ในจังหวัดเป็นที่ราบลุ่ม คาราวานเริ่มต้นออกสตาร์ทกันที่โรงแรมเดอะวันโฮเต็ล เพื่อที่จะไปชมความงามของภูทอก ซึ่งรถแต่ละคันวิ่งมาแล้วไม่ต่ำกว่า 200 กิโลเมตรจากจังหวัดสกลนครถึงจังหวัดบึงกาฬแต่น้ำมันยังเหลือกว่าครึ่งถังแสดงให้เห็นถึงความประหยัดน้ำมันของรถยนต์ทั้ง นิสสันมาร์ชและอัลเมร่าเป็นอย่างดี





    รถทุกคันวิ่งมาถึง วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) อยู่ที่ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จ.บึงกาฬ ภูทอกในภาษาอีสานแปลว่าภูเขาที่โดดเดี่ยว   เมื่อมาถึงเราจะมองเห็นภูทอกอยู่ 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อย ซึ่งในบริเวณวัดจะมีเจดีย์พิพิธภัณฑ์ พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ  ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าไปกราบไหว้ขอพร และวันที่เราไปถึงก็พบกับประชาชนที่เข้าไปทำบุญภายในวัดอยู่มากหน้าหลายตากันเลยทีเดียว ทำเอาสถานที่ดูจะคับแคบไปถนัดตา เพราะมีทั้งคนเข้ามาทำบุญ มาถือศีลปฏิบัติธรรม และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาเพื่อจะขึ้นไปชมความงดงามกันบนภูทอก ที่มีความสูงประมาณ 460 เมตร การเดินขึ้นก็จะมีบันไดไม้เรียงขึ้นไปตามชั้นต่างๆ 7 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็จะมีความสูงชันต่างกันไป เมื่อเดินไปถึงชั้นที่ 3 เริ่มจะเป็นสะพานไม้เวียนรอบเขา การเดินขึ้นภูทอกควรจะเดินขึ้นอย่างช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อนเดินขึ้นเรื่อยๆ เมื่อยก็หยุดนั่งพักสักครู่เพราะแต่ละชั้นก็จะมีที่นั่งพักให้เป็นระยะๆ





    เมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นที่ 5 ชั้นนี้จะมีศาลาไว้ให้พัก เราจะพบกับพระประธานที่อยู่ใต้ผนังถ้ำ ถือเป็นจุดที่คนจะมานั่งพักกันมากที่สุด  บ้างก็จะเข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูป บ้างก็จะออกไปยืนชมวิวทิวทัศน์กันบริเวณริมหน้าผาซึ่งสามารถมองเห็นเจดีย์ที่อยู่เบื้องล่างได้อย่างชัดเจน  เราเดินขึ้นมาเรื่อยๆ จนมาถึงชั้นที่ 6 ส่วนใหญ่ผู้ที่ขึ้นมาก็จะหยุดกันที่ชั้นนี้ เพราะชั้นที่ 7  ถ้าจะขึ้นไปต้องเดินผ่านสะพานไม้เวียนรอบเขาถึง 400 เมตร ที่เกาะติดอยู่ริมหน้าผา  ดูน่าหวาดเสียวสำหรับผู้ที่กลัวความสูง ทำให้ผู้ที่ขึ้นมาถึงชั้นที่ 6 แล้ว ก็จะหยุดมาหามุมสวยๆ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันเพราะมีอยู่หลายจุดที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่  บางคนก็ไปถ่ายรูปกันบนสะพานไม้บางคนก็เดินลงไปที่พุทธวิหารของท่านพระอาจารย์จวน ที่ท่านเคยใช้เพื่อปฏิบัติธรรมกรรมฐานเนื่องจากเป็นสถานที่เงียบสงบ เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรมของภิสามเณรกษุ เราใช้เวลาอยู่กันบนภูทอกนี้พอสมควร ได้เวลาต้องลงจากภูทอกกันแล้วขาเดินลงจะรู้สึกสบายหน่อยแต่ก็ต้องระมัดระวังเพราะความสูงชันอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ฉะนั้นทุกย่างก้าวบนสะพานไม้ล้วนต้องให้ระลึกถึงสติที่ต้องตั้งมั่นอยู่กับตัวเองตลอดเวลา





    เมื่อเดินลงมาถึงยังด้านล่างทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าไม่ได้เดินขึ้นไปคงเสียดายแน่ๆ คงเป็นวันดีๆ อีกหนึ่งวันที่จะทำให้คณะคาราวาน นิสสัน อีโค คาร์ จดจำกันไปอีกนาน เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจในการพิชิตภูทอกแล้ว ขบวนคาราวานก็จะไปทำความดีกันต่อที่โรงเรียนบ้านนำคำแคน ไปมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และยังได้ตกแต่งห้องสมุดให้สะอาดสวยงามเอื้อต่อการค้นคว้าหาข้อมูล  พร้อมกับมอบหนังสือ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เด็กๆ มีการพัฒนาการที่ดีทั้งในเชิงวิชาการ สุขอนามัย และปลูกฝังใฝ่รู้ ภายใต้โครงการ “ นิสสัน ปันความรู้ อยู่คู่ธรรมชาติ” เพื่อเป็นการเน้นระดับคุณภาพชีวิตเพื่อสังคมไทยเติบโตยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย สังคมและการศึกษา  





    เห็นอย่างนี้แล้วคงต้องยกนิ้วให้กับทาง บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้จัดกิจกรรมสุดฟินให้กับลูกค้า นิสสัน มาร์ช และอัลเมร่า ในทริปนี้ ภาพแห่งความสนุกสนานคงจะเป็นการการันตีได้ถึงความสุขที่ทุกคนได้รับ รวมถึงสื่อมวลชนที่ได้ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของนิสสันทุกท่านที่ดูแลและอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี  สำหรับลูกค้านิสสัน มาร์ช และอัลเมร่า ที่สนใจจะร่วมทริป นิสสัน อีโค คาร์ พาท่องเที่ยวไทย ด้วยใจอนุรักษ์ ปีที่ 3 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.nissan.co.th หรือติดต่อขอรับทางอีเมล์ nissanecotrip@gmail.com และสอบถามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ทาง Call Center หมายเลข 092-258-6848-9 หรือ โทร 02-153-8119-20 (จันทร์-ศุกร์ เวลา9.00 – 18.00 น.) และทางผู้จำหน่ายนิสสันทั่วประเทศ  รับสมัคร จำนวน 45 คันต่อเส้นทางเท่านั้น










    Toyota

     
      
    view