Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

     

    ส่งท้ายฤดูฝน ชมสวนหินถิ่น ชัยภูมิ

    ส่งท้ายฤดูฝน ชมสวนหินถิ่น ชัยภูมิ





    “ใครบอก ว่ามาชัยภูมิต้องดูแค่ดอกกระเจียว ไม่ถูกเสียทีเดียวแต่ก็ไม่ผิด ประติมากรรมธรรมชาติยังงดงาม”

    สายลมเย็นคล้ายจะหนาวกำลังสัมผัสผิวกายเบาๆ รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นับเป็นอีกสัมผัสไม่เคยลืมทุกครั้งเมื่อวงรอบเวลาเดินทางมาถึง ในห้วงคำนึงบอกได้ทันทีถึงวันผันผ่าน




    รถยนต์ Toyota Fortuner TRD SportivoIV เคลื่อนไปบนถนนสายมิตรภาพเวลาสายของวันทำงาน อากาศขมุกขมัวเมฆครึ้มสลับฟ้าใส เราคาดหวังสิ่งเกิดขึ้นในเวลาของการเดินทางไม่ได้เลยสักนิด จริง..ในวันนี้คือการช่วงก้าวผ่านของฤดูกาล ความไม่แน่นอนย่อมมีมาก ระหว่างอยู่ในรถก่อนจะคิดถึงจุดหมาย เราไม่วางเฉยปล่อยสมองให้เลยไปไกล รถคันนี้ของเรา เท่ห์ไม่หยอกเลยละกัน เอาแค่ภายนอกหล่อเกินห้ามใจไม่ให้หันมอง ดูสปอร์ตเร้าใจ ด้วยชุดแต่ TRD รอบคันตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงท้ายของแท้จากโรงงาน แถมยังปั๊มโลโก้เอาไว้ชัดเจนว่านี่คือรุ่น Fortuner TRD SportivoIV ล้อแม็กซ์ลายเฉพาะ สีดำขนาด 18” ดูคมเข้มเห็นได้ชัด รู้สึกภูมิใจที่มีเขาเป็นเพื่อนเดินทางในทริปนี้




    ปีนี้การเดินทางมาใกล้ของฤดูหนาว ดูคล้ายจะเป็นการเร่งเร้าให้สายฝนมากยิ่งขึ้น มีทางเดียวเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์หรือตลอดเวลาของ Fortuner TRD SportivoIV ยังไร้ความรู้สึกต่อถนนฉ่ำน้ำ แล้วทำไมเราต้องหวั่นต่อปลายทางที่ยังมาไม่ถึง




    ดอกกระเจียวของชัยภูมิจะรอเราอยู่หรือเปล่าเท่าที่ถามข้อมูลเจ้าหน้าที่บอกยังพอมี พอใจชื้นขึ้นมาบ้าง ขณะเดียวกันเราก็เผื่อรับมือกับความผิดหวังเอาไว้ด้วยไม่เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน เราอยู่บนถนนมิตรภาพพักใหญ่ก่อนแยกซ้ายที่อำเภอสีคิ้วไปบนเส้นทางหมายเลข 201 มุ่งหน้าชัยภูมิ สองข้างทางดูชอุ่มเพลินตาของสีเขียวสดสลับช่องว่างของฉากข้างทางเป็นท้องนา ถ้าไม่เดินทางเราคงได้เห็นแค่ในทีวี เช่นเดียวกันเราต้องขอบคุณชาวนาชาวไร่ยังซื่อสัตย์ต่อวิถีชีวิต ทำให้ภาพเหล่านี้ยังดูมีชีวิตมากขึ้น




    “ออนกรีน” ผู้เป็นเพื่อนและพี่ในการเดินทางทุกครั้งหลายทริปผ่านมา เริ่มออกความเห็น หลังหันมองท้องฟ้า “วันนี้พี่ว่าเราจะต้องไปนอนในเมืองก่อน เพราะว่าฝนตกแน่นอน” ความเห็นเป็นจริงไม่ถึงสิบห้านาที ฝนเทกระหน่ำก้านปัดน้ำฝนถูกกดลงไปในระดับแรงสุดเพื่อให้ทันกับสายฝนหนาเม็ดกำลังปะทะกระจกหน้ารถ ไม่ต้องมีข้อแม้เราต้องนอนในเมืองแน่นอน ค่อยว่ากันอีกครั้งเมื่อเช้าไม่มีฝนมาถึง ทว่าระบบนำทางยังคงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเช่นเคย




    ...อีกวันของการเดินทาง โชคยังพอมี เราลุกขึ้นมาเปิดหน้าต่างบานใสของห้องพักแสงสว่างของดวงอาทิตย์สะกิดความหวังให้สว่างตามไป “เราต้องไปมอหินขาวก่อนต่อด้วย อช.ไทรทอง แล้วค่อยไปอำเภอเทพสถิตไปดูดอกกระเจียวกับสวนหิน จะได้ไม่ต้องย้อนทางเดิม” ผมออกความเห็น...เกือบนาทีไม่มีคำคัดค้านถือเป็นการปฏิบัติตามนี้





    Fortuner TRD SportivoIV พาเราออกนอกเมืองชัยภูมิอีกครั้งมุ่งหน้า อช.ภูแลนคา เพื่อชมผลงานธรรมชาติได้รังสรรค์งานศิลปะ ที่ชื่อมอหินขาว มอหินขาวมีความมหัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อ การเดินทางยาวนานของกาลเวลาถึงแม้จะเป็นเพียงความว่างเปล่า แต่เขาก็สามารถจะทำให้สายลมเบาบางกัดกร่อนความแข็งแกร่งของหินก้อนมหึมาให้เกิดเป็นรูปทรงแปลกตามาจนถึงวันนี้ จนได้รับสมญานามว่าเป็นสโตนเฮนจ์เมืองไทย ส่วนเรื่องอายุเชื่อหรือเปล่าเขาได้มีการสันนิษฐานกันว่าอายุของหินเหล่านี้น่าจะประมาณ 175-195 ล้านปี นับว่าผ่านสายลมเวลามายาวนานมาก





    และด้วยความงดงามแปลกตานี้จึงทำให้ มอหินขาวกลายเป็นที่รู้จักในหมู่ของนักเดินทางอย่างดี จำได้ว่าก่อนหน้านี้สักสองถึงสามปี เราเคยได้มาเยือนครั้งหนึ่งการเดินทางถือว่าลำบากด้วยทางลูกรังที่มีเพียงปรับหน้าดินให้เรียบ ถ้าเป็นรถเก๋งค่อนข้างลำบากสักหน่อย เวลาผ่านล่วงเลยมาถึงวันนี้ วันที่เดินทางมาถึงทุกอย่างสะดวก สบายมากขึ้นทางราดยางมะตอยตลอดยาวจนถึงด้านบน แต่มีการล้อมรั้วป้องกันห้ามคนปีนหินเรียบร้อย เพื่ออนุรักษ์สิ่งเหล่านี้เอาไว้ให้คงอยู่ สำหรับกลุ่มหินเหล่านี้จะมีขนาดใหญ่จำนวน 3 กลุ่ม โดยจะมีหินทรายก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเป็นสีขาวและโดดเด่นในพื้นที่ และเป็นที่มาของคำว่า มอหินขาว และในบริเวณยังมีเสาหินขนาดใหญ่จำนวน 5 เสา ตั้งเรียงรายกันเป็นแถว มีความสูงประมาณ 12 เมตร




    นอกจากนั้นยังมีแท่นหินที่มีรูปร่างคล้ายเรือ เจดีย์ หอเอียงเมืองปิซ่า และคล้ายกระดองเต่า ซึ่งจัดเป็นกลุ่มหินที่ 1 กลุ่มหินที่ 2 อยู่ห่างออกไป แท่นหินจะมีรูปร่างแปลกแตกต่างกันออกไป และเมื่อห่างออกไปอีกประมาณ 1,500 เมตร จะเป็นกลุ่มหินที่ 3 ที่เป็นแท่นหินและเสาหินขนาดเล็ก โดยลาดเอียงขึ้นไปจดหน้าผาที่มีชื่อว่า ผาหัวนาก และบริเวณผามอหินขาว เราก็ไม่พลาด Fortuner TRD SportivoIV พาเราลุยไปถึงได้ง่ายดาย ขึ้นมาทำให้รู้สึกได้ถึงความจริง “เมื่อเรามองจากมุมสูงเราจะเห็นสิ่งรอบตัวได้กว้างขึ้น” ผมทอดสายตาไปไกลจนสุดเป็นภาพพานอรามาอันงดงามยิ่ง เจดีย์ของวัดเบื้องล่างสะท้อนแสงอาทิตย์เปล่งสีทองเด่นอยู่ท่ามกลางสีเขียวของหมู่ต้นไม้




    นาฬิกาเดินเร็วในนาทีนี้ เราลาจากผาหัวนาก ด้วยความรู้สึกยังไม่พอ แต่ขอเอาไว้เป็นครั้งหน้าถ้ามีโอกาสเราคงต้องขึ้นมากางเต็นท์นอนกันสักครั้ง ดาวคงเต็มท้องฟ้าเมื่อความมืดปกคลุม เสียงดนตรีธรรมชาติช่วยกันขับกล่อมจนเราหลับไปแค่คิดยังรู้สึกได้




    จากมอหินขาวยังมีอีกหน้าผาแสนสวยแล้วก็ยังเป็นศูนย์รวมของดอกกระเจียวสีขาว คือ อช.ไทรทอง แค่คิดชื่อขึ้นมาได้ ปลายนิ้วผมพร้อมสัมผัสหน้าจอแสดงผลแอลซีดีขนาด 6.1 ทัชสกรีนทันที ป้อนข้อมูลใส่เนวิเกเตอร์ เทคโนโลยีระบบนำทางอัจฉริยะ อีโค เนวี (ECO Navi) ที่ประมวลผลพฤติกรรมการขับขี่แบบเรียลไทม์ บริเวณคอนโซลสีดำทันที ใช้เวลาโหลดไม่นานคำสั่งเสียงก็ดังผ่านลำโพงออกมา ขณะเดียวกันล้ออัลลอยด์ขนาด 18” ก็หมุนไปข้างหน้าตามคำสั่งนั้นในทันที...เวลาถัดมาไม่นานเกินไปปลายทางดังกล่าวปรากฏอยู่หน้ารถเรา ด่านเก็บค่าธรรมเนียม




    “เราจะขึ้นไปที่ผาหำหด ไปได้หรือเปล่าครับ” เราส่งคำถามพร้อมกับค่าบัตรผ่านเข้าอุทยาน เจ้าหน้าที่เงียบเสียงไป ก่อนชะโงกหน้าออกมามองรถเรา “ขึ้นได้เลยไม่มีปัญหา แต่ดอกกระเจียวไม่มีนะ” ประโยคแรกดูดี แต่ประโยคหลังมันแฝงความผิดหวังเอาไว้ให้เราโดยไม่ตั้งใจ “ไม่มีก็ไม่เป็นไรนี่ชัยภูมิแหล่งท่องเที่ยวไม่ได้มีแค่ดอกกระเจียวเสียเมื่อไร” ใช่..กำลังปลอบใจกันเอง ความผิดหวังมันเกิดขึ้นได้เสมอในทุกการเดินทาง แล้วก็มีความเชื่อว่า ในความผิดหวังย่อมมีสิ่งดีๆ มอบเป็นของขวัญให้เสมอเพื่อความสมดุล




    คุยกันได้สักพักภาพของพี่เจ้าหน้าที่ชะโงกมองรถเราเมื่อสักครู่ ได้ไขข้อข้องใจขึ้นมา ทำไมเขาต้องคิดก่อนว่าเราจะขึ้นไปผาหำหดได้หรือไม่ เพราะว่าเวลานี้ข้างหน้าเรามันเป็นฝายน้ำล้น แล้วมันก็มีน้ำสูง ในเวลานี้น้ำไหลเอื่อย แต่คงลึก พอจะทำให้รถเก๋งจมลงไปได้สักครึ่งคันเห็นจะได้




    ขบวนการความคิดเราสามารถถอยได้ แต่ไม่ทำ!!..เพราะความมั่นใจในสมรรถนะของ Fortuner TRD SportivoIV เกินร้อย เขาต้องพาเราไปได้แน่นอน เราปรับเกียร์มาเป็น L เพื่อให้ลุยได้เต็มที ระดับน้ำค่อยๆ สูงขึ้นมองจากด้านข้างเกินครึ่งล้อและเกือบท่วมล้อ ความเร็วชะลอลงเราเดาไม่ได้ว่าใต้น้ำมีหลุมขนาดใหญ่อยู่หรือเปล่า ด้านซ้ายเป็นลำธารพอมองเห็นก้อนหินโผล่พ้นน้ำหลายก้อน ด้านขวามีหลักลายกั้นไว้ถ้าพลาดมีหวังได้จมน้ำกันแน่ ไม่ทันไรล้อหน้าซ้ายตกหลุมลึกรู้สึกได้ทันทีว่ารถทรุดลงไป ทว่าพวงมาลัยยังถูกประคองไว้มั่นคง พี่ออนกรีน สีหน้าจริงจังไม่ต่างจากผมกำลังลุ้นให้ผ่านพ้นเสียที ทางสั้นๆ ถ้าไม่มีน้ำน่าจะผ่านได้ทันที ต่างกันกับเวลานี้เราค่อยๆ เคลื่อนไปทีละนิด มันกินเวลาหลายนาที ไม่ไกล ถูกต้องไม่ไกล..แต่มันเต็มไปด้วยอันตรายนี่ซิแล้วทุกอย่างก็พ้นไป เมื่อก้าวผ่านมันคือเรื่องง่ายถ้าเราต้องย้อนกลับมาทางเดิม ไลน์ทั้งหมดน่าจะอยู่ในหัวของพี่เขาเรียบร้อย ครั้งแรกน่ากลัวเสมอ






    จากฝายน้ำล้นเราไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วพอเหมาะ ช่วงล่าง ดีทีเอส (DTS-Diamond Tech Suspension) ใหม่ที่ให้สมรรถนะการทรงตัวที่ดีขึ้น ยิ่งเมื่อได้โช้คอัพของ TRD ติดมากับรถในรุ่นนี้การเกาะถนนยิ่งมั่นคงขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งความนุ่มนวล ปลายทางสิ้นสุดลงบริเวณลานกางเต็นท์ กล้องถูกหยิบลงไปเพียงอย่างเดียว เพื่อให้เกิดความคล่องตัว เดินไปอีกสี่ร้อยเมตร ผาหำหดรอเราอยู่


    ผาหำหดเป็นชะง่อนหินยื่นออกไปอยู่กลางอากาศ รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน เบื้องล่างเป็นเหวลึกเพียงพอจะสร้างความเสียวสันหลังแล้วลามลงไปถึงขา ผมเองแค่ยื่นขาออกไปสักข้างมันก็สั่นไปทั้งตัว พอเงยหน้ามองไปด้านหน้าเหมือนกับเรากำลังเป็นดังนกที่ลอยคว้างกลางอากาศ มองเห็นพื้นที่ราบด้านล่างสุดสายตา สิบห้านาทีผ่านไปความใสของพื้นที่ด้านล่างเริ่มเลือนลางเมฆครึ้มดำลอยมาพร้อมละอองฝน..ฝนกำลังมา เทือกเขาบังเหยกำลังถูกกลืนหาย  นั่นคือภาพสวยงามที่เราต้องเก็บเอาไว้ในความทรงจำแล้วออกเดินทางกันอีกรอบ ถ้าช้ากว่านี้มีหวังเปียกแน่นอนรู้สึกได้ถึงอากาศและลมมีความเย็นขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างเดินกลับไปยังรถเหลือบมองทางซ้ายอีกรอบ ..ความรู้สึกนั้นไม่หรอกเรา.. เมฆครึ้มเมื่อสักครู่เริ่มเปลี่ยนสภาพกลายสายฝนโปรยเป็นม่านสีขาวราวกับน้ำตกสวยงามจากฟากฟ้าตามจินตนาการ แต่ไม่มีเวลามากพอจะนั่งมองจนภาพนั้นเข้ามาใกล้มากกว่านี้เพราะความจริงคือเราจะเปียก





    ห่างจาก อช.ไทรทอง อีกประมาณห้าสิบกิโลเมตรเห็นจะได้ จะถึงอำเภอเทพสถิต ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของดอกกระเจียวและสวนหินใน อช.ป่าหินงาม วันนี้เรามาถึงดอกกระเจียวหลงเหลือนิดหน่อยท่ามกลางสายฝน เราขับรถเข้าไปถึงจุดชมวิวด้านใน ถ้าไม่ใช่ช่วงวันงานชมดอกกระเจียวเราสามารถขับรถเข้าไปได้โดยไม่ต้องเดิน จากด่านเราขับรถมาจอดอีกรอบเริ่มสับสนในความรู้สึก ทำไม? สภาพรอบตัวตอนนี้มันมีแต่หมอกคล้ายกับเช้าวันใหม่ของฤดูหนาว มองกันแทบไม่เห็น จุด"สุดแผ่นดิน"  ซึ่งตรงนี้เป็นแนวหน้าผาและชะง่อนหิน   เป็นจุดสูงสุดบนเทือกเขา พังเหย  สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ  846 เมตร  เกิดจากการดันตัวของแผ่นดินภาคกลาง  (ฉานไทย)  ซุกเข้าไปใต้แผ่นดิน อีสาน (อินโต - ไซน่า) ทำให้เกิดแผ่นดินที่ยกตัวสูงชัน  เรียกว่า  "สุดแผ่นดิน"  คือเขตรอยต่อของ 3 ภาคอันได้แก่ 1. แผ่นดินซีกทางอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.ชัยภูมิ  (ภาคอีสาน) 2.  แผ่นดินซีกทางตะวันตกของอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.ลพบุรี  (ภาคกลาง) 3.  แผ่นดินซีกทางเหนือของอุทยานฯ เป็นเขตของ จ.เพชรบูรณ์  (ภาคเหนือ)มีความสวยงาม อากาศเย็นสบาย  วันนี้ของเราไม่ต้องรอเช้า เวลาบ่ายก็มีหมอกมาหยอกเย้าเหมือนเพื่อนสนิทได้เช่นกัน นี่อาจเป็นของขวัญในความผิดหวัง ที่เราสมควรได้รับ สวยงามแปลกออกไปจากใครเคยเห็น เราเข้าไปอยู่ในม่านหมอกรู้สึกดีเหมือนกัน




    ถัดมาอีกไม่ไกลเรามาแวะกันที่ลานหินงามหรือ"ป่าหินงาม" อยู่ทางทิศตะวันตกของที่ทำการอุทยานฯ ทั่วบริเวณเรียงรายไปด้วยหินก้อนน้อย ใหญ่ รูปร่างแปลก ๆ มากมายในพื้นที่กว่า 10 ไร่ เป็นลานหินซึ่งเกิดจากการกัดเซาะดิน  และเนื้อหินทรายมานานนับล้านปี   วาง เรียงรายสลับซับซ้อน  อยู่เต็มลานบ้างก็มีรูปร่างเหมือนกับถ้วยฟุตบอลโลก  บ้างก็เหมือนกับเรด้า  และรูปต่าง ๆ มีทั้งชัดเจนและอาจต้องใช้จินตนาการเข้าร่วมในการชม ผมเดินก้มหน้าไปยังถ้วยฟีฟ่าแล้วพิจารณาดู นี่ก็คงคล้ายกับมอหินขาว ยืนทะนงคงความแข็งแกร่งผ่านเวลาหลายล้านปี สุดท้ายก็ยังถูกกัดกร่อนด้วยละอองฝุ่นสายลม ไม่ไกลจากนี้เดินย้อนไปหินแม่ไก่ยังคงชัดเจนในสายหมอก โดยมีพี่ออนกรีนนั่งหายใจดังข้างหินแม่ไก่แทนความรู้สึกเหนื่อย..เรานั่งรอเวลาของนาฬิกา ไม่มีทีท่าว่าหมอกจะเบาบางไปกว่านี้จำเป็นจะต้องลาจาก ก่อนความเข้มข้นของความมืดจะกลืนสายหมอกและปกคลุมไปทั่ว

    อีกความโชคดีของเรา ถึงดอกกระเจียวจะโรยราไปแต่ยังทำให้ได้พบเจอกับดอกหงอนนาคสีม่วงสองข้างทาง ลำต้นสองเมตรมองเห็นได้แต่ไกล ถึงอาจยังไม่มากเท่ากับภูสอยดาว ทว่าความสวยงามยังคงเป็นหงอนนาคเช่นเดิม แล้วมันคงเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า หากจะขับ Fortuner TRD SportivoIV เลยไปโดยไม่จอดถ่ายภาพ เก็บทุกมุมเพื่อบันทึกความประทับใจเอาไว้ให้ครบถ้วนเมื่อต้องย้อนมามองภาพกัน

    สายลมเบาบางผสมไอเย็นพลิ้วผัดยอดไม้เกิดเสียงน่าฟังยิ่งกว่าวงออเคลสต้า นี่คือความอ่อนโยนแท้จริงจากผืนป่าพร้อมมอบให้ผู้มาเยือนโดยไม่เลือกว่าคุณจะเป็นใคร ความสุขเกิดขึ้นอีกครั้งกับการเดินทางในทริปนี้ มากี่หนความงดงามไม่จืดจางในทุกสภาพอากาศ ป่าไม้ไม่ขออะไรจากมนุษย์มากกว่าช่วยกันอนุรักษ์ ให้เขาได้เคียงคู่ไปกับโลกนี้ตราบเท่านาน ท่องเที่ยวด้วยใจอนุรักษ์กลับไปอีกกี่รอบรอยยิ้มในใจจะเกิดขึ้นเสมอ.

    ขอบคุณ

    บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

    การเดินทาง

    ที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรทอง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดชัยภูมิ ประมาณ 70 กม. (ห่างจากอำเภอหนองบัวระเหว ประมาณ 37 กม.) ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (สายชัยภูมิ-นครสวรรค์) จะมีทางแยกขวามือเข้าไปน้ำตกไทรทองอีก 7 กม. / อช.ป่าหินงามจากจังหวัดนครราชสีมา ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 ผ่านอำเภอโนนไทย บ้านหนองบัวโคก บ้านคำปิง เมื่อเลยอำเภอเทพสถิตมาประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยางระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะถึง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร

    ที่พักแนะนำ

    บนเส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติป่าหินงามในวันนี้ ไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อน ท่านที่ต้องการเดินทางไปพักผ่อนเรื่องที่พักนั้น ไม่ขอเจาะจงว่าต้องเป็นของใคร เพราะปัจจุบันที่พักมีบริการตั้งแต่ปากทางเข้าเลยจนถึง อช.ป่าหินงาม เรื่องราคามีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน ถ้าหากชอบแบบธรรมชาติขอแนะนำให้เข้าไปนอนในอุทยาน เอาเต็นท์ไปเองยิ่งดี หรือถ้าไม่มีทางเจ้าหน้าที่ก็มีไว้บริการ

    ของฝากขึ้นชื่อ

    ผ้าไหมมัดหมี่อำเภอบ้านเขว้า โดยเฉพาะตำบลบ้านเขว้า มีประวัติความเป็นมา อันยาวนานเป็นเวลานานเกือบ   200 ปี  ตั้งแต่สมัยเจ้าพ่อพระยาแล  เป็นชุมชนที่มีการทอผ้าไหมที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมานานในหมู่ผู้นิยมผ้าไหม   และเกิดการเล่าขานแพร่กระจายในกลุ่มนักสะสมผ้าไหม  ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ของตนเองสืบต่อถ่ายทอดกันมาแต่โบราณ ปัจจุบันอาจมีการพัฒนารูปแบบแตกต่างกันออกไปเพื่อความสวยงามเข้ากับสังคมมากขึ้น

    แวะเที่ยวก่อนกลับ

    น้ำตกตาดโตน ห่างจากตัวจังหวัดชัยภูมิไปทางทิศเหนือ 21 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงาม ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตาดโตน ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีน้ำไหลตลอดปี โดย เฉพาะในฤดูฝนจะสวยงามเป็นพิเศษ ด้านบนเป็นธารน้ำไหลผ่านลานหินสองฝั่งธารร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะที่ จะนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติและเล่นน้ำ ด้านบนน้ำตกมีสภาพเป็นลานหินกว้างประมาณ 50 เมตร เที่ยวได้ทั้งปี





     

     
      
    view