Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
honda


เมนู

     

    toyota Camry 2.5 โฉมใหม่

    toyota Camry  2.5  โฉมใหม่

    Toyota Camry 2.5G

    โฉมใหม่ สปอร์ต เอาใจผู้บริหารยุคใหม่




    การพัฒนาของ “โตโยต้า คัมรี่” ในหลายๆ เจเนอเรชั่นที่ผ่านมานับว่าสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าของโตโยต้าทั่วโลกและพร้อมกันนี้ยังสร้างความหนักใจให้พวกแบรนด์ดังจากยุโรปพอสมควร ยิ่งในระยะหลังเสริมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอันทันสมัย พร้อมความสะดวกสบายและมาตรฐานความปลอดภัยมาแบบเต็มที่เกินหน้าค่ายยุโรปหลายๆ ค่าย ที่สำคัญที่สุดคือราคาขายก็ยังถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัดถ้าเทียบกับของที่จัดให้ ก็เลยส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยหันมาคบหากับรถยนต์จากแบรนด์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ

    ยิ่งคัมรี่โฉมเก่า เจเนอเรชั่นที่ 4 (ของเมืองไทย) เสริมรุ่นไฮบริดเข้ามาเป็นทางเลือก ซึ่งโตโยต้าจัดหนักประกอบในประเทศ และจัดการเรื่องสิทธิพิเศษต่างๆ อย่างเต็มที่ แถมยังจัดการเรื่องของภาษีสรรพสามิตให้เหลือเพียง 10% (ถือว่าเป็นอัตราที่น้อยที่สุดในบรรดารถยนต์นั่ง) ยิ่งทำราคาได้น่าจูงใจ จนทำให้ค่ายยุโรปในบ้านเราหลายๆ ค่ายไปไม่เป็นเลยทีเดียว

    มาถึงวันนี้โตโยต้ายังรุกตลาดไฮบริดอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทแม่ประเทศญี่ปุ่น ให้แนวทางไว้ สำหรับบ้านเราตอนนี้ตัวขายก็มี “คัมรี่” และ “พริอุส” ที่ตั้งหน้าตั้งตาผลิตที่โรงงานเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา แถมมี “พริอุส ซี” ที่นำเข้ามาเสริมทัพอีกรุ่น และเชื่อว่าในอนาคตจะมีตามมาอีกแน่นอน



    สำหรับ “คัมรี่ โฉมใหม่” ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ครั้งนี้โตโยต้าปรับไลน์อัพการขายเหลือเพียง 5 รุ่นย่อย ในจำนวนนี้ 3 รุ่นเป็นไฮบริด และ 2 รุ่นที่เหลือเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตรใหม่ และ 2.0 ลิตรบล็อกเดิมสำหรับคนที่ยังก้าวไปไม่ถึงไฮบริด จะเหลือทางเลือกอยู่เพียง 2 รุ่นนี่ละครับ ทั้งนี้ในรุ่น 2.0 ก็ยังใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ตัวเดิมประกบเกียร์อัตโนมัติแบบ 4 สปีด (แต่ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 และรองรับแก๊สโซฮอล์ E20) ผิดกับรุ่น 2.4ที่เดิมเป็นขุมพลังขนาด 2362 ซีซี ประกบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด แต่โฉมใหม่เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 2AR-FE DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ขนาด2,494 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 231 นิวตัน-เมตรที่ 4,100 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งขายในรุ่นย่อยเดียวคือ 2.5G ราคา 1.499 ล้านบาท



    ในครั้งนี้ทีมงานออโตวิชั่นได้มีโอกาสได้ลองขับ โตโยต้า คัมรี่ 2.5G บนระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร คัมรี่ 2.5G สร้างความประทับใจให้ผู้เขียนในหลายๆ จุด หรือจะกล่าวง่ายๆ คือสมรรถนะการขับขี่โดยรวมดีกว่า คัมรี่ 2.4 โฉมเก่าอย่างเห็นได้ชัด ตรงนี้ชัดเจนอยู่แล้วเพราะเครื่องยนต์ตัวใหม่ เรี่ยวแรงมากขึ้นการตอบสนองดีกว่าเดิม พลังมาตามแรงกดของเท้าขวาอย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล ยิ่งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดชุดนี้ช่วยได้มาก โดยถ่ายกำลังลงสู่ล้อคู่หน้าอย่างฉับไวและไหลลื่น โดยอยากจะเร่งแซงย่านความเร็วต่ำ หรือกระแทกคันเร่งส่งความเร็วขึ้นไปถึง 180 กม./ชม. คัมรี่ 2.5G มีพลังให้เหลือเฟือ ใช้วิ่งทางต่างจังหวัดขับสนุกจริงๆ ครับ



    เมื่อเครื่องยนต์และเกียร์ทำงานอย่างขยันขันแข็ง บวกกับช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง หลังแบบดูอัลลิงค์สตรัท พร้อมล้ออัลลัอยด์ขนาด 17 นิ้ว ประกบยางขนาด 215/55 R17 ส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกว่าหนึบแน่นกว่ารุ่นเดิมมาก ขณะเดียวกันการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารค่อนข้างดี แถมโตโยต้ายังเพิ่มแผ่นพลาสติกจัดการอากาศใต้ท้องรถ ทั้งหลายทั้งปวงจึงส่งผลให้การขับขี่ความเร็วสูง คัมรี่ 2.5G นิ่งและมีเสถียรภาพการทรงตัวยอดเยี่ยมกว่าเวอร์ชั่นเก่าแบบรู้สึกได้




    ผมลองเปลี่ยนมาเป็นผู้โดยสารจึงมีเวลาพิจารณาการตกแต่งและอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งถือว่าครบครันสมราคา 1.499 ล้านบาท เช่น เบาะไฟฟ้าคู่หน้า 8 ทิศทาง ฝั่งผู้ขับมีปรับดันหลังไฟฟ้า ตั้งใจให้เป็นรถแบบมีคนขับให้ก็ได้ โดยมีสวิตช์ปรับเบาะข้างผู้ขับอยู่ที่ฝั่งขวาของเบาะ เพื่อให้คนขับหรือคนที่นั่งบนเบาะหลัง ปรับเบาะหน้าหลบให้ด้านหลังมีพื้นที่กว้างขวางขึ้น หรือจะขับเองก็สะดวกด้วยครูสคอนโทรล พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อด้วย Bluetooth ม่านหลังไฟฟ้า เซ็นเซอร์กะระยะรอบคันพร้อมสวิตช์เปิด-ปิด ไฟหน้าซีนอนเปิด-ปิดและปรับระดับอัตโนมัติ จออเนกประสงค์ ฯลฯ แผงหน้าปัดออกแบบเล่นระดับ แบ่งการใช้งานเป็นสัดส่วน ประดับด้วยลายไม้สีสดไปนิด และดูจะเยอะไปหน่อยโดยเฉพาะที่คอนโซลเกียร์ แซมด้วยเมทัลลิกในจุดต่างๆ เน้นสีแบบทูโทนครึ่งบนสีดำพร้อมโชว์การเดินตะเข็บครึ่งล่างสีเบจเพื่อให้ดูหรูหราน่าจะถูกใจกลุ่มเป้าหมาย แต่วัยรุ่นตอนปลายอย่างผมคิดว่าถ้าภายในสีดำล้วน จับคู่กับลายไม้สีเข้มที่ใช้ในรุ่นไฮบริดน่าจะโดนมากกว่านี้



    คอนโซลกลางติดตั้งจอสัมผัสพร้อมเครื่องเล่น DVD 1 แผ่น ลำโพง 6 ตัว ถัดลงมาเป็นสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา สวิตช์ควบคุมระบบต่างๆ ทั้งบนพวงมาลัยและบนคอนโซล ให้สัมผัสที่นุ่มนวลตามสไตล์รถชั้นดีเมื่อกดใช้งาน ลองย้ายไปนั่งบนเบาะหลังก็กว้างขวางนั่งสบาย แถมออกแบบเบาะรองนั่งยาวรับช่วงก้นและน่องขา ขณะที่พนักพิงหลังนุ่มพร้อมองศาเอนกำลังดี ที่สำคัญยังมีความเย็นส่วนตัวกับแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังที่บ่งบอกถึงความหรูหรา



    อย่างไรก็ตามแม้รวมๆ จะนั่งสบายด้วยการออกแบบโครงสร้างและจัดวางพื้นที่อย่างลงตัว แต่กระนั้นคนนั่งหลังอาจจะรู้สึกถึงอาการสะเทือนจากช่วงล่าง มากกว่าการนั่งด้านหน้าอยู่นิดๆ ซึ่งก็เป็นผลมาจากการปรับปรุงช่วงล่างชุดใหม่ แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบความนุ่มหนึบมั่นคงรับรองได้ว่าช่วงล่างชุดนี้ถูกใจแน่นอนครับ

    ด้านระบบความปลอดภัย มีระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA ที่ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติในภาวะฉุกเฉิน พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า (คนขับ-ผู้โดยสาร) โดยคัมรี 2.5G ใหม่ ตัดมาตรฐานเดิมอย่างระบบควบคุมการทรงตัว (VSC) และถุงลมนิรภัยด้านข้างออกไป ซึ่งตรงจุดนี้ทางค่ายเอาไปใส่ในตัวไฮบริดทั้งหมด ผู้เขียนมองว่าจริงๆ แล้วรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นท็อปของรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2 สิ่งที่ตัดออกไปทั้ง 2 อย่างน่าจะให้มาเป็นออฟชั่นติดรถ

    ปิดท้ายด้วยอัตราบริโภคน้ำมัน ที่โตโยต้าเคลมว่าประหยัดกว่ารุ่น 2.4 เดิมถึง 24% ในความเร็วเดินทาง 100-120 ตัวเลขเฉลี่ยได้อยู่ที่ประมาณ 13 ตันๆ ถือว่าดีกว่าตัวเก่า ส่วนการใช้งานในเมืองรถติดๆ ก็ได้ตัวเลขประมาณ 9.5 กม./ลิตร

    บทสรุปของคัมรี่ใหม่ โฉมนี้ต้องบอกว่าหน้าตาสดใหม่ หล่อมากกว่าเดิม มาพร้อมระบบขับเคลื่อนที่พัฒนาขึ้น โดยพละกำลังมาแบบนุ่มนวลต่อเนื่อง ด้านการทรงตัวและการเก็บเสียงในห้องโดยสารนิ่งเนียนกว่าเดิม แต่เมื่อดูการแบ่งรุ่นย่อยและการให้ออปชั่นแบบไม่เต็มที่ของรุ่นนี้แล้ว มันเลยทำให้การตัดสินใจจะซื้อรุ่นนี้ชะงักไปนิดหนึ่ง เพราะถ้าท่านจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 150,000 ท่านจะได้คัมรี่ไฮบริดทันที ตรงนี้ก็คงต้องแล้วแต่ผู้ซื้อว่าจะตัดสินใจยังไง เป็นการตัดสินใจส่วนบุคคลห้ามลอกเลียนแบบครับ....

          

          

     



    Toyota

     
      
    view