Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
honda


เมนู

     

    เพียงมีเขาเราก็สุขใจ กับ Suzuki Ertiga

    เพียงมีเขาเราก็สุขใจ กับ  Suzuki Ertiga

    เพียงมีเขาเราก็สุขใจ

    เสาร์-อาทิตย์วันหยุดที่ใครๆ ก็ต้องการ เมื่อถึงวันหยุดเมื่อไหร่  ผมก็จะหาที่เที่ยวพาครอบครัวไปพักผ่อนเสมอๆ และในช่วงนี้ลูกปิดเทอมพอดี ผมก็เลยคิดว่าจะพาครอบครัวไปเล่นน้ำทะเลที่ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เมืองเก่าที่มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมาย ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

     

    การเดินทางครั้งนี้ผมได้รถสำหรับครอบครัวคันใหม่มาหมาดๆ ยังป้ายแดงอยู่เลย Suzuki MPV Ertiga เครื่องยนต์1400 ซีซี. รองรับน้ำมัน E20  ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม  มีที่นั่ง 3 แถว   เป็นรถเหมาะกับครอบครัวเล็กๆ ของผมจริงๆ ครับ  07.30 น. ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทาง สิ่งของทุกอย่างถูกวางเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย ที่นั่งแถว 3 ไม่มีความจำเป็นผมพับเก็บลงราบกับพื้นเพื่อใส่ของเล่นของลูก กระเป๋าเดินทาง และที่ขาดไม่ได้สำหรับผมก็เจ้าจักรยานพับคู่ใจไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ติดสอยห้อยตามกันไปทุกที่



    เนเน่ลูกสาวตัวน้อยของผมนั่งอยู่ด้านหลังพร้อมคาดเซฟตี้เบ]เพื่อความไม่ประมาท  ผมขับรถขึ้นทางด่วนมาลงที่ถนนพระราม 2 เนื่องจากเป็นวันเสาร์บนท้องถนนมีรถวิ่งขวักไขว่ การจราจรติดขัดนิดหน่อย ดีที่ได้เสียงเพลงเพราะๆ พร้อมเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำในห้องโดยสารมาช่วยสร้างบรรยากาศในทางเดินทางได้อย่างดี  ผมขับมาถึงปากทางเข้าคลองโคลนซึ่งจะมีเส้นทางที่เราสามารถขับไปถึงชะอำได้เลย เป็นเส้นทางถนนเลียบชายฝั่งเพชรบุรี  ผมขับไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เส้นทางคลองโคลนจัดเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ขับสบายถึงแม้จะมีถนนบางช่วงที่กำลังซ่อมแซมเป็นหลุมเป็นบ่ออยู่บ้างแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับ Suzuki Ertiga ของผมต้องยอมรับว่าช่วงล่างของรถคันนี้ดีมาก


    ผ่านมาได้อย่างนุ่มนวล  เผลอแป๊บเดียวเราก็ขับมาถึงอำเภอชะอำกันแล้ว  สัมภาระต่างๆ ในรถที่ผมใส่มาเต็มพื้นที่ด้านหลังถูกยกออกมาทีละชิ้น เพื่อเก็บเข้าห้องพัก เหลือไว้แต่จักรยานพับกับอุปรณ์ของน้องเนเน่ที่จะไปเล่นน้ำทะเลในช่วงบ่ายๆ  ชะอำถือเป็นอำเภอยอดฮิตเหมาะแก่การมาพักผ่อน  ภาพเตียงผ้าใบบวกกับร่มสีสดใสถูกกางวางอยู่เต็มชายหาด  นักท่องเที่ยวต่างก็มาจับจองหาที่เหมาะๆ  บ้างก็ออกมานอนเล่นสูดอากาศริมทะเล  บ้างก็สั่งอาหารทะเลสดๆ มานั่งทาน มันเป็นภาพแห่งการมาพักผ่อนจริงๆ ครับ  สี่โมงกว่าๆ แดดเริ่มอ่อน ลูกสาวมานั่งรบเร้าให้ผมพาไปเล่นน้ำทะเลได้แล้ว   ผมทนเสียงอ้อนไม่ไหวลุกขึ้นเปลี่ยนชุดพาสาวน้อยสุดแสนจะเป็นที่รักของผมออกไปหาที่เล่นน้ำให้เขา  ของเล่นที่เตรียมมาถูกยกออกทีละถุง  พร้อมทั้งจักรยานของผมด้วย  ผมกับภรรยายืนดูลูกอยู่ใกล้ๆ เพียงได้เห็นรอยยิ้มของเขาผมก็สุขใจแล้วครับ กับการที่ได้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี


                 

     
    พระอาทิตย์เริ่มจะตกลับขอบฟ้าเราอุ้มสาวน้อยขึ้นมาอาบน้ำเพื่อที่จะไปหาอาหารค่ำมื้อพิเศษทานกัน   ดูเหมือนว่าสาวน้อยของผมจะง่วงนอนซะแล้ว คงจะเหนื่อยจากการเล่นน้ำ  ร้านอาหารอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 20 กิโลเมตร ลูกคงจะนอนพักได้สักครู่ ผมเอาของทุกอย่างออกจากรถดึงบาะที่นั่งแถวสามให้ขึ้นมาเป็นปกติ  ปรับเบาะที่นั่งแถวสองเอนลงไปด้านหลังเพื่อให้ลูกสาวนอนได้อย่างสบาย พร้อมปรับแอร์ด้านหลังเพื่อให้ความเย็นทั่วถึง


    รุ่งอรุณของวันใหม่ กิจกรรมของครอบครัวเรายังไม่หมด ผมต้องทำตามสัญญากับลูกสาวอีกหนึ่งข้อ คือจะพาเขาไปที่ฟาร์มแกะสไตล์คันทรี Swiss  Sheep Farm ซึ่งอยู่ก่อนเข้าตัวเมืองชะอำติดกับปั๊มน้ำมัน ปตท. ผมอยากให้ลูกได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เรียนรู้การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ ให้เขาเป็นเด็กที่โตมามีจิตใจโอบอ้อมอารีย์ และให้ใช้ชีวิตเข้ากับทุกสิ่งได้บนโลกที่สวยงามใบนี้นี่ก็คือกิจกรรมดีๆ ในวันหยุดที่ผมมีให้กับครอบครัวที่อบอุ่นของผม และอีกสิ่งที่ผมรับเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ให้กับครอบครัวของเราก็เจ้า  Suzuki Ertiga  คันนี้  ที่รวมความอเนกประสงค์ทุกอย่างได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสาร หรือแม้กระทั่งช่องเก็บของรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงที่วางเครื่องดื่มก็มีมาให้ถึง 7 จุด  นี่สิครับถึงจะเรียกว่าเป็นรถสำหรับครอบครัวโดยแท้จริง อย่างที่ผมบอกไว้ในตอนแรกว่า “เพียงมีเขาเราก็สุขใจ”  แล้วมาติดตามผมในวันหยุดครั้งใหม่นะครับว่าเจ้า Suzuki Ertiga จะพาผมไปเที่ยวที่ไหน …..

     



    Toyota

     
      
    view