Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

     

    เที่ยวเหนือกับคู่ใจ All New Isuzu D-Max น่าน-เชียงราย

    เที่ยวเหนือกับคู่ใจ All New Isuzu D-Max น่าน-เชียงราย


    บริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์จำกัดได้จัดกิจกรรมขับรถเที่ยวเป็นประจำทุกปีให้กับสื่อมมวลชนได้สัมผัสกับรถอีซุซุรุ่นใหม่ๆ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองไทย  ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก “ออล-นิว อีซูซุ ดีแมคซ์” รถปิคอัพสำหรับคนทั้งโลกจะนำพาเราไปพบกับความสุขความสนุกในทุกๆ ที่



    ทริปแรกของต้นปี 56 อีซูซุเลือกที่จะพาสื่อมวลชนขึ้นเหนือไปสัมผัสกับอากาศหนาวกันที่ จังหวัดนานและเชียงราย  ในระยะเวลาสั้นๆ  2 วัน 1 คืน  ทริปสบายๆ กับการทำบุญเสริมสิริมงคลกันตั้งแต่ต้นปี  ที่ต้องเรียกว่าทริปสบายๆ หรือชิวๆ ตามประสาเด็กวัยรุ่นเรียกกัน  ก็เพราะว่าเราไม่ต้องขับรถจากกรุงเทพฯ ไปถึงจังหวัดน่าน  อีซูซุพาเราเหินฟ้าด้วยสายการบินนกแอร์เที่ยวบินเช้าตรู่ ไปลงที่จังหวัดน่านกันเลย 
    เพียงชั่วโมงกว่าเราก็มาถึงท่าอากาศยานจังหวัดน่าน เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของศิลปและวัฒนธรรรม  มาถึงน่านแล้วก็ต้องไปไหว้พระ ทำบุญกันก่อน ที่วัดภูมินทร์วัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่านที่ใครไปใครมาก็ต้องเข้ามาเยี่ยมชมความงามของพระอุโบสถ ทรงจตุรมุข ที่มีอยู่หนึ่งเดียวในประทศไทย เดินเข้าไปภายในภายพระอุโบสถก็จะพบองค์พระประธานจตุรพักต์สีทองอร่ามประดิษฐานหันหน้าออก



    ทางประตูอยู่ทั้ง 4 ทิศ  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย   เป็นที่สะดุดตาของผู้ที่ได้เข้าไปกราบไหว้ขอพร นอกจากนี้ยังมีภาพจิตกรรมฝาผนังให้ได้ชมเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองน่านในสมัยก่อน แต่ภาพที่เป็นที่กล่าวขานกันมาก ก็คือภาพ “เสียงกระซิบบันลือโลก”  เป็นภาพปู่ม่าน ย่าม่าน ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณกระซสนทนากัน  แต่งกายไตลื้ออย่างเต็มยศ ภาพนี้ได้รับการ ยกย่องว่าเป็นภาพที่งามของวัดภูมินทร์ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันเสร็จ 



    การเริ่มต้นขบวนรถ ออล - นิว อีซุซุ ดีแมคซ์  จาก หจก. อีซูซุน่าน (1989) ก็เริ่มขึ้น  หลังจากรับประทานอาหารกลางวันกันเป็นที่เรียบร้อย ขบวนรถทั้ง 10 คัน  ออกเดินทางกันต่อเพื่อไปที่จังหวัดพะเยา เข้าไปที่วัดนันตาราม ถึงแม้ระหว่างเดินทางจะผ่านโค้งที่ค่อนข้างคดเคี้ยว แต่ด้วยช่วงล่างของ ออล-นิว อีซูซุ ดีแมคซ์  ที่มีสมรรถนะสูงในการเกาะถนน ทรงตัวเยี่ยมในทุกสภาวะ  ก็ทำได้ดีดั่งใจต้องการจนมาถึงวัดนันตาราม



    วัดนันตาราม ตั้งอยู่ที่จังหวัดพะเยา  ไม่ปรากฏว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยใด เป็นวัดที่มีศิลปะแบบพม่า เป็นวัดประจำชุมชนชาวไทยใหญ่ ตัววิหารสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง  มีความสวยงามวิจิตรบรรจงเป็นอย่างมาก  การที่จะเดินเข้าไปไหว้พระประธานในวิหารนั้น ต้องย่างก้าวเท้าอย่างเบาๆ  เพราะพื้นเดินก็เป็นพื้นไม้ทำให้เวลาเดินเราจะได้ยินเสียงเสียดสีของเนื้อไม้ดังออดแอดๆ  ส่วนจุดเด่นของวัดนี้เห็นจะเป็น ลายฉลุ ตามหน้าต่าง หน้าบัน ระเบียง  ที่มีลวดลายอ่อนช้อยน่าชม และพระประธานในพระวิหาร  ที่คาดเดาว่านำมาจากประเทศพม่า เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักจากไม้สักทองทั้งต้น ลงลักปิดทอง ทรงเครื่องแบบไทยใหญ่สวยงามมาก  ประดิษฐานบนฐานไม้ มีแผงไม้กั้นด้านหลังประดับประดากระจกสี ประกอบด้วยไม้ฉลุและแกะสลักลายเครือเถา เทวดาและสัตว์ป่าหิมพานต์ เป็นที่งดงามสายตายิ่งนัก เชื่อว่าใครได้มาสักการะจะต้องรู้สึกประทับกับความงามของพระประธานองค์นี้อย่างแน่นอน

    สามโมงเราออกเดินทางจากวัดนันตาราม มุ่งหน้าสู่ที่พัก ภูใจใส รีสอร์ทแอนด์ สปา ที่จังหวัดเชียงราย จุดหมายที่เราจะเข้าไปเอนการพักผ่อนกันหนึ่งคืน   เมื่อมาถึงที่พักสายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมา ทำเอาต้องคว้าเสื้อกันหนาวจากกระเป๋าออกมาสวมทับเพิ่มความอุ่นกันเลยทีเดียว    ส่วนมื้อค่ำทางรีสอร์ทได้เตรียมอาหาร มื้อพิเศษไว้ต้อนรับ มีทั้งอาหารพื้นเมือง พิซซ่าร้อนๆ พร้อมผักสลัดสดๆ  เข้ากับบรรยากาศโดยรอบของห้องอาหารที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ



      



    เช้ารุ่งขึ้นอากาศเย็นสบาย จากที่ทานอาหารเช้าบนยอดเขา เราสามารถมองเห็นทัศนียภาพไกลสุดสายตา มีหมอกปกคลุมน้อยๆ  ทานอาหารเช้าไปชมความงามไป โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ เลยสำหรับคนกรุงเทพฯ อย่างเรา  น่าเสียดายเวลาที่จำกัดทำให้คณะต้องออกเดินทางกันต่อ  เพราะยังเหลือสถานที่อีก 2 แห่งที่จะไปเที่ยวกันในวันนี้ 
    แห่งแรก วัดร่องขุน เมื่อเอ่ยชื่อนี้ใครหลายคนก็คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะการออกแบบสร้างวัดแห่งนี้ เป็นฝีมือของ อาจาร์ยเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรเรืองนาม ที่อุทิศตนสร้างวัดอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ขึ้นถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ให้วัดแห่งนี้ งดงามดั่งสวรรค ซึ่งก็มีความงดงามต่างจากวัดทั่วไปอีกแบบหนึ่ง และไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงวัดร่องขุน แนะนำให้เข้าไปชมงานจิตรกรรมฝาผนังแสนอลังการของอาการย์เฉลิมชัย ภายในโบสถ์ รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน  เต็มอิ่มกับการทำบุญกันไปแล้ว คราวนี้ถึงเวลาไปชมของสวยๆ งามๆ กันบ้าง ที่ไร่บุญรอด  แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดเชียงราย   บนเนื้อที่กว่า 8,000 ไร่ ที่โอบล้อมไปด้วยภูเขากว้างใหญ่ ภูมิอากาศเย็นตลอดทั้งปี ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องไร่ชา และก็ยังผลไม้ และดอกไม้เมืองหนาวหลากหลายชนิด เปิดให้คนเข้ามาท่องเที่ยว โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ภายในไร่ที่กว้างใหญ่ เราสามารถเที่ยวชมได้ 2 วิธี คือ นั่งรถบริการของทางไร่ มีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายรายละเอียด แก่นักท่องเที่ยวด้วย ส่วนใครอยากชิลๆ ด้วยตัวเองก็สามารถปั่นจักรยานได้ ซึ่งเค้าก็จะมีบริการให้ด้วยเช่นกัน 

     






    คณะเลือกใช้บริการนั่งรถของทางไร่เพื่อจะได้ฟังเจ้าหน้าที่อธิบายถึงจุดต่างๆ   ไม่ว่าจะเป็นสวนผลไม้ที่ตอนนี้กำลังออกผลให้เห็นกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพุทรา แก้วมังกร องุ่น  แต่ยังไม่ถึงช่วงฤดูเก็บเกี่ยว  เลยมาอีกหน่อยก็จะเป็นแปลงดอกไม้ ที่มีดอกไม้หลากหลายสายพันธ์สีสันสวยงามออดดอกเต็มทั่วทุ่งไปหมด โดยเฉพาะดอกบลูกซิลเวีย ที่เรียกความสนใจจากคณะของเราได้อย่างท่วมท้นถึงกับต้องขอจอดรถเพื่อที่จะลงไปถ่ายรูปคู่กับดอกไม้กันเป็นแถว น่าชื่อใจกับหัวคิดคนไทยจริงๆ ที่สามารถต่อยอดของธุรกิจจนมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้เราๆ ได้เข้าไปศึกษาและชมกันจนถึงทุกวันนี้  และก่อนที่จะจากไร่บุญรอดไป เรายังได้รับประทานอาหาร กลางวันที่ร้านภูภิรมย์ ซึ่งอยู่ในไร่บุญรอด ด้วยความอิ่มหนำสำราญ  และโบกมือลาจังหวัดเชียงราย  เก็บภาพความทรงจำดีๆ ที่ได้พบในครั้งนี้กลับมาบันทึกในไดอารี่ แม้วันวานจะผ่านไปเพียงใด เมื่อไหร่ที่นึงถึงจังหวัดเชียงรายเราก็จะหยิบไดอารี่ขึ้นมาอ่านอีกครั้งเพื่อย้อนความทรงจำเก่าๆ เคยไปมา


    สุดท้ายก็คงต้องกล่าวคำขอบคุณ  บริษัท ตรีเพรชอีซูซุเซลส์ จำกัด ที่ให้รถ All-New Isuzu D-Max  รถปิคอัพสำหรับคนทั้งโลก มาเป็นเพื่อนเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่กับสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป





         

         

     

     

     
      
    view