Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

     

    Nissan Navara Sports Version

    Nissan Navara Sports Version

    Nissan Navara Sports Version
    ปรับใหม่ เพิ่มความสด และความหรูหรา



       ปี 2012 ที่ผ่านมาศึกรถกระบะขนาด 1 ตัน ในบ้านเรารุนแรงและเร้าใจมากๆ จากการเปิดตัวใหม่ของหลายค่าย ซึ่งส่งผลให้ผู้ผลิตรถกระบะที่รอการเปิดตัวในช่วงปี 2012-2013 ต่างก็ต้องหาทางกระตุ้นลูกค้ากันด้วยรุ่นปรับโฉมใหม่ไมเนอร์เชนจ์ ซึ่งในช่วงต้นปีที่ค่ายนิสสันก็ต้องมีการปรับโฉมเพื่อรับงานโชว์รถอีกครั้ง ด้วยการจับเจ้า Navara มาแต่งหน้าทาปากและเพิ่มของเล่นใหม่เข้าไปหลายอย่าง
     
    ภายนอกแต่งหน้าใหม่เน้นความหรูหรา
    สำหรับ Nissan Navara Sports Version รุ่นไมเนอร์เชนจ์ เน้นไปที่การปรับรูปลักษณ์ภายนอก และการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานภายใน แบ่งเป็น 2 รุ่นหลัก คือ Grand Titanium ตกแต่งด้วยสีไททาเนียม 7 จุด ประกอบด้วยกระจังหน้า, การ์ดกันชนหน้า, กระจกมองข้าง, ล้อแม็ก, ที่เปิดประตู และกันชนท้าย และรุ่น Sports Version ซึ่งเป็นรุ่นที่ทางทีมงานออโตวิชั่นได้รับมานั้นจะมีการปรับปรุงในส่วนของกระจังโครเมียมซี่นอน และล้อแม็กลาย 6 ก้านคู่ ดูจะออกไปทางหรูมากกว่า ส่วนกันชนหน้าดูสปอร์ตดุดันดีอยู่แล้ว ซึ่งตัวกันชนหน้าก็เป็นสีเดียวกับตัวรถพร้อมสปอทไลท์ทรงกลม บันไดข้างก็มีมาให้ใช้งาน ส่วนด้านหลังทั้งไฟท้าย , ไฟเบรกดวงที่ 3 และตัวโป่งก็ดูลงตัวทั้งหมด ลงมาที่ล้อแม็กลาย 6 ก้านคู่ ขอบ 16 นิ้วเหมือนกัน รัดเอาไว้ด้วยยางขนาด 255/70R16 และนอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนในเวอร์ชั่นพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือ ราวหลังคาใหม่มีรูปแบบที่ให้ความบึกบึน ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง แถมยังปรับด้วยไฟฟ้าได้อีกด้วย มองภาพโดยรวมต้องบอกเป็นการปรับปรุงที่ผสมผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้ลงตัว ซึ่งก็น่าจะพอสู้กับค่ายอื่นๆที่เปิดตัวโมเดลเชนจ์ไปหลายตัว



    ภายในเพิ่มอุปกรณ์ทดแทนความสด
    สำหรับการปรับปรุงภายในห้องโดยสารของ Nissan Navara Sports Version เพื่อที่จะสามารถรับมือกับคู่แข่งยี่ห้ออื่นที่เปิดตัวรุ่นใหม่-โมเดลเชนจ์ ได้ ทางค่ายก็เลยจัดเต็มเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ให้มากมายโดยคันที่ทดสอบเป็นรุ่นสูงสุด มีอุปกรณ์ให้ครบครันเช่น เบาะหนังแท้, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, ระบบ Bluetooth, กล้องมองหลัง พร้อมจอแสดงภาพมีเส้นกะระยะ, ครูสคอนโทรล, เอบีเอส, อีบีดี และแอร์แบ็กคู่หน้า
    สำหรับ Nissan Navara Sports Version รุ่นนี้โทนสีภายในปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้มีความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้โทนสีเทากราไฟท์ แบบสปอร์ต (luxury beige และ sporty grey graphite) รวมถึงเบาะนั่งทั้งตอนหน้าและหลังก็เป็นสีเทากราไฟท์เช่นกัน ในส่วนของแผงหน้าปัดออกแบบชุดมาตรวัดเป็นทรงกลมเน้นความเรียบง่าย อ่านค่าต่างๆ ได้รวดเร็วและชัดเจน อีกจุดที่เพิ่มเข้ามาก็เป็นชุดเครื่องเสียงแบบทัชสกรีนของ Kenwood รองรับ MP3 พร้อมช่องเสียบอุปกรณ์ต่อพ่วง (AUX-in) และเครื่องเล่น DVD ที่สามารถเล่นเพลงจาก iPhone ผ่านระบบ Bluetooth ได้เลย เนื้อเสียงที่ออกมาดีเกินคาดไม่ต้องหาเรื่องดิ้นรนเสียงสตางค์ไปเปลี่ยนใหม่ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มองภาพโดยรวมๆพื้นที่ของห้องโดยสารสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกจุดอย่างคุ้มค่า




    เครื่องยนต์ตอบสนองดีสมรรถนะทันใจ
    Nissan Navara Sports Version ดับเบิลแค็บ 4x4 คันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 174 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 41 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบต่อนาที น้ำหนักรถประมาณ 1,850 กิโลกรัม ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ การใช้งานในเมืองเป็นไปอย่างสบาย การตอบสนองดี ไหลลื่นไปเรื่อยๆสบายๆ ในส่วนของการเดินทางไกล ความเร็วเดินทางยืนพื้นอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การเร่งแซงส่วนใหญ่จะใช้การคิ๊กดาวน์ เพราะต้องแซงผ่านรถใหญ่ข้างหน้าหลายคัน การตอบสนองของเครื่องยนต์มีการตอบสนองดีกว่า รุ่น 144 แรงม้า ที่เคยทดสอบมาก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ สามารถบังคับได้ง่าย ว่าจะให้คิ๊กดาวน์เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ 1 หรือ 2 จังหวะ การตอบสนองของเกียร์มีความฉับไวพอสมควร และนุ่มนวลทั้งการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูงหรือลงต่ำ  ในส่วนของอัตราสิ้นเปลืองเน้นการขับขี่แบบใช้งานจริง ใช้ความเร็วคงที่สบายๆ แต่พอจะประมาณได้ว่าน้ำมัน 1 ถัง 80 ลิตร สามารถที่จะใช้งานได้เกิน 600 กิโลเมตรอย่างแน่นอน ถ้าขับเนียนๆก็คงจะได้ถึง 14-15 กิโล-ลิตร ชัวร์ๆครับ




    ระบบรองรับตอบสนองได้น่าพอใจ ระบบความปลอดภัยน่าคบหา
    สำหรับการทดลองขับ Nissan Navara Sports Version ตลอดระยะทางประมาณ 500 กว่ากิโลเมตร โดยส่วนใหญ่จะเน้นเป็นทางเรียบ มีทางขรุขระบ้างนิดหน่อยและการเดินทางก็ไม่สามารถใช้ความเร็วสูงมากได้ เพื่อความปลอดภัย การขับบนทางเรียบแทบไม่มีอาการดีดเด้งให้รู้สึกกวนใจ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตัวถัง 4 ประตูเน้นบรรทุกคนมากกว่าบรรทุกของ จึงเซ็ตช่วงล่างให้นุ่มกว่านิดหน่อยได้ แต่ในบางจังหวะให้ความรู้สึกว่านิ่มไปนิดเช่น การขับผ่านคอสะพานที่ทรุดด้วยความเร็วค่อนข้างสูงการให้ตัวของชุดช่วงล่างจะมากไปซักนิด แต่ก็ไม่ได้โยนมากจนเวียนหัว พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ ฉับไวและเบาแรงที่ความเร็วต่ำ จึงให้ความคล่องแคล่วเมื่อใช้งานในเมือง แต่สำหรับความเร็วเดินทางดูจะเบาไปนิดทำให้ต้องออกแรงประคองเล็กๆ ในจังหวะเปลี่ยนเลนเพื่อแซงที่ความเร็วสูง แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากลัวอะไร ส่วนระบบเบรกไว้ใจได้เหมือนเดิม




    สรุป
    Nissan Navara Sports Version คันนี้พิสูจน์แล้วด้วยระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร ที่ทางทีมงานเอาไปทดลองขับมา ก็ต้องบอกว่าเป็นรถกระบะที่ครบเครื่องคันหนึ่ง ทั้งเรื่องของเครื่องยนต์ ความสวยงามภายนอก ความสวยงามภายใน ช่วงล่าง และกับราคาค่าตัว 954,500 บาท ก็ถือว่าอยู่ในขั้นที่รับได้ แต่จะติดก็ตรงเรื่องของความสดใหม่ที่จะด้อยกว่าคู่แข่งหลายๆ ค่าย เพราะตอนนี้เค้าเปลี่ยนใหม่โมเดลเชนจ์กันหมดแล้ว ตรงจุดนี้ก็คงต้องอยู่ที่แฟนคลับของนิสสันแล้วครับว่าจะให้ความไว้วางใจกับค่ายนิสสันเหนียวแน่นเหมือนเดิมหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป สำหรับทีมงานออโตวิชั่นขอเอาใจช่วยครับ

    ขอบคุณบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถทดสอบ

    ข้อมูลจำเพาะ Nissan Navara Sports Version
    เครื่องยนต์ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว คอมมอนเรล/เทอร์โบ
    ความจุ 2488 ซีซี.
    กำลังสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที
    แรงบิดสูงสุด แรงบิดสูงสุด 41 กก.-ม. ที่ 2,000 รอบต่อนาที
    ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 5 สปีด
    ระบบรองรับ(หน้า)    อิสระปีกนกคู่ คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง
    ระบบรองรับ(หลัง)    แหนบซ้อนพร้อมโช้คอัพ
    มิติ(กว้างxยาวxสูง) 1,850x5,125x1,887 ม.ม.
    ราคา 954,500 บาท



     
      
    view