Youtube Autovision and Travel
HomeAuto NewsAutomotiveMoto BikeTravelLifestyleGalleryE-MagContact Us

No Title




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

เมนู

     

    กฐินพระราชทานมิตรภาพ โตโยต้า ไทย-ลาว

    กฐินพระราชทานมิตรภาพ โตโยต้า ไทย-ลาว

    กฐินพระราชทานมิตรภาพ โตโยต้า ไทย-ลาว

            กฐินพระราชทาน คือ กฐินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานผ้าของหลวงแก่ผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทาน เพื่อนำไปถวายยังวัดหลวงวัดใดวัดหนึ่งนอกเหนือจาก 16 วัดสำคัญ ปัจจุบันเปิดโอกาสให้กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ตลอดจนคณะบุคคล องค์กร บริษัทห้างร้านต่างๆ ที่เห็นสมควรรับพระราชทานผ้ากฐิน ไปถวายแทนพระองค์

           และเมื่อวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา สมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ได้เชิญผ้าพระกฐินพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทอดถวาย ณ วัดสีพม เมืองคูน แขวงเชียงขวาง โดยมี ดร.วีรพงษ์ รามางกูร นายกสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ และ ศ.ดร.บ่อแสงคำ วงดาลา ประธานสมาคมลาว-ไทยเพื่อมิตรภาพ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยวแห่ง สปป.ลาว เป็นประธานฝ่ายไทยและฝ่ายลาว และได้เชิญ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และตัวแทนจำหน่ายใน สปป.ลาว ซึ่งประกอบด้วย บริษัท โตโยต้า ลาวธานี จำกัด บริษัท ลาวโตโยต้า บริการ จำกัด บริษัท โตโยต้า ลาวสะหวัน จำกัด และ บริษัท โตโยต้าจำปา จำกัด เข้าร่วมงานบุญใหญ่ในครั้งนี้ด้วย

           และในครั้งนี้ทางบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ยังได้เชิญสื่อมวลชนแขนงต่างๆ  กว่า 30 ชีวิตเดินทางร่วมงานกฐินพระราชทานครั้งนี้ด้วย โดยโตโยต้าได้จัดเตรียม TOYOTA HILUX VIGO CHAMP PRERUNNER และ TOYOTA FORTUNER 2WD เครื่องยนต์ VN-TURBO 2.5 ลิตร ให้สื่อมวลชนได้ทดสอบสมรรถนะควบคู่กันไปด้วย

           เริ่มต้นเดินทางในวันแรกนั้น คณะของเรามาถึงจังหวัดอุดรธานีในช่วงค่ำหลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้วก็แยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมเดินทางกันในวันรุ่งขึ้น เช้าวันที่สองจากโรงแรมที่พักมุ่งหน้าสู่โชว์รูมโตโยต้าอุดรธานีเพื่อไปรับรถพร้อมพิธีปล่อยขบวนคาราวานอย่างเป็นทางการ ออกจากโชว์รูมโตโยต้าอุดรมุ่งสู่สะพานมิตรภาพไทย-ลาวคณะของเราก็เริ่มต้นการขับในรูปแบบคาราวานที่นอกจากฟอร์จูนเนอร์ กับ ไฮลักซ์ วีโก้แล้ว ยังพ่วงรถตามคาราวานอีกสองคันนั้นคือ รถพยาบาล กับ รถเซอร์วิส แถมเข้ามาด้วย เมื่อคาราวานเดินทางมาถึงกลางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ก็ต้องมีการเปลี่ยนช่องจราจรเพราะที่ประเทศลาวนั้นเป็นการขับรถชิดขาวผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้วก็ได้มีรถตำรวจของลาว (ที่เขาเรียกขานกันว่า “ม้าขาว”) มาขับรถนำขบวนให้กับคณะของเราแบบว่าผ่านตลอดทุกแยกไม่ต้องหยุดไม่ต้องชะลอรถให้เสียอารมณ์กันเลยทีเดียว

           เมื่อข้ามเข้ามายังฝั่งลาวแล้วก็แวะไปรับประทานอาหารเที่ยงกันที่ภัตตาคาร ช้างเผือก ในนครเวียงจันทน์หลังจากนั้นก็รอคณะคาราวานจากทางฝั่งลาวมาร่วมสมทบเมื่อพร้อมแล้วก็มุ่งหน้าสู่ประตูชัยเพื่อเริ่มคาราวานในครั้งนี้ ระยะทางในวันแรกแค่ 240 กิโลเมตร แต่ใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมงเพราะเมื่อพ้นจากตัวเมืองเวียงจันทน์แล้วเป็นแค่ 2 เลนสวนกันและสภาพถนนก็ขรุขระไม่สามารถทำความเร็วได้ การแซงรถแต่ละครั้งนั้นต้องใช้แตรกันเป็นหลักเพื่อเป็นการบอกให้รถท้องถิ่นรู้เพื่อความปลอดภัย

           ขบวนของเรามาถึงจุดหมายปลายทางในวันแรกและก็หายเหนื่อยในทันทีเพราะภาพบรรยากาศของ เมืองวังเวียง ที่รอเราอยู่ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไป วังเวียง หรือ “กุ้ยหลินเมืองลาว” เมืองที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ทิวเขา สายน้ำซอง ไร่นาแบบขั้นบันได และหมู่บ้านชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างหลงใหลแวะเวียนกันมาท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของประเทศลาว โดยในยามค่ำคืนก็ได้มีพิธีบายศรีสู่ขวัญก่อนรับประทานอาหารค่ำและยังมีการแสดงพื้นเมืองแถมท้ายก่อนที่จะแยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางของวันรุ่งขึ้น

           เช้าวันที่สามตื่นมารับแสงอรุณพร้อมชื่นชมบรรยากาศเมื่อได้เวลาคณะของเราก็ออกเดินทางกันต่อ ช่วงนี้ทางที่จะไปนั้นจะค่อนข้างสนุกกว่าวันแรกเพราะเป็นช่วงที่ขึ้นเขาและทางแคบ คาราวานทุกคันสนุกสุดๆกับสมรรถนะของ TOYOTA HILUX VIGO CHAMP PRERUNNER และ TOYOTA FORTUNER 2WD เครื่องยนต์ VN-TURBO 2.5 ลิตร ผ่านกันมาทุกโค้งแซงมาทุกแบบจนถึงร้านอาหาร พูเพียงฟ้า บริเวณเทือกเขาภูคูณ ชื่นชมกับบรรยากาศบนเขาไปกินข้าวไปมีความสุขจริงๆครับ

           หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็มุ่งสู่เมือง โพนสะหวัน แขวงเชียงขวาง ระหว่างทางที่เป็นเขาก็ต้องระวังทางโค้งที่มีทั้งโค้งลึก โค้งหักศอก และโค้งต่อเนื่อง แถมด้วยพี่วัวที่เดินกันแบบไม่กลัวรถเลย และแล้วรถในคาราวานของเราก็โดนจนได้เป็นรถตู้พยาบาลของเราโดนวัววิ่งเข้ามาชนจนหม้อน้ำแตก แต่ก็ยังมีรถเซอร์วิส ที่มาพร้อมกับช่างเทคนิคสุดยอดฝีมือทั้ง “อาจารย์นู” และ “ซูเปอร์เผือก” ที่เข้าไปช่วยซ่อมแซมให้กับรถพยาบาลจนสามารถวิ่งต่อได้จนจบทริปเรียกว่าฝีมือของจริงไม่ได้โม้

           หลังจากซ่อมเสร็จเรียบร้อยเราก็เดินทางมาถึงเมืองเชียงขวางเข้าไปเยี่ยมชมทุ่งไหหินที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองเชียงขวาง ชาวบ้านไปพบเข้าระหว่างไปหาของป่าและล่าสัตว์ ซึ่งภาชนะมีรูปทรงคล้ายไหทำด้วยหินทรายนี้มีขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ กระจัดกระจายอยู่ในละแวกของเมืองโพนสะหวัน ซึ่งนักโบราณคดีรุ่นหลังๆ ลงความเห็นว่า เจ้าของอารยธรรมชิ้นนี้ อาจจะเป็นฝีมือของพวกจามในเวียตนามหรือเป็นฝีมือของชาวลาวเทิง ที่อาศัยอยู่ในแขวงอัตตะปือ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศลาว ติดกับชายแดนประเทศกัมพูชา หลังจากเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวของแขวงเชียงขวางแล้วก็มุ่งหน้าสู่ วัดสันติพาบ เมืองแปก แขวงเชียงขวาง ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งองค์กฐิน ก่อนที่ช่วงค่ำนั้นจะมีการแสดงร่วมสมัยเพื่อสมโภชองค์กฐิน เมื่อเสร็จพิธีการแล้วก็มุ่งหน้าเข้าสู่ที่พัก XIENG KHOUANG HOTEL รวมระยะทางที่วิ่งในวันนี้ประมาณ 250 กิโลเมตร

           วันที่สี่ตื่นเช้ามาพร้อมกับอากาศที่เย็นสบาย จิบกาแฟร้อนๆ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังวัดสีพม ที่เมืองคูนซึ่งห่างจากวัด สันติพาบ ที่ตั้งองค์กฐินประมาณ 32 กิโลเมตรซึ่งตลอดระยะทางที่มีการแห่องค์กฐินผ่านชาวบ้านทั้งสองฝั่งถนนก็มาร่วมทำบุญกฐินพระราชทานในครั้งนี้ด้วย โดยมี ดร.วีรพงษ์ รามางกูร นายกสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ และศ.ดร.บ่อแสงคำ วงดาลา ประธานสมาคมลาว-ไทยเพื่อมิตรภาพ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยวแห่ง สปป.ลาว เป็นประธานฝ่ายไทยและฝ่ายลาว และได้เชิญ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดและตัวแทนจำหน่ายใน สปป.ลาว เข้าร่วมงานบุญใหญ่ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งยอดเงินบริจาคครั้งนี้ได้เงินถึง 5,235,788.30 บาท

           ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นงานบุญกฐินครั้งนี้ทำให้คณะของเรานั้นอิ่มเอมกับบุญในครั้งนี้ แต่ภาระกิจของเรายังไม่จบต้องขับรถกลับเข้าสู่เมืองเวียงจันทน์ โดยใช้ถนนหมายเลข 1D มุ่งหน้าสู่เมืองปากซันซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย สองข้างทางนั้นจะมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามขับวิ่งลัดเลาะไปมาบนเขา เมื่อผ่านช่วงเขามาได้เราก็เจออุปสรรคอันใหญ่หลวงนั้นคือขบวนของเราต้องขับรถข้ามแม่น้ำปากซัน โดยมีรถเซอร์วิสกรุยทางไปก่อนซึ่งรถในคาราวานของเรานั้นก็ผ่านมาได้แบบสบายๆ เท่ากับว่าเป็นด่านทดสอบสมรรถนะด่านสำคัญในครั้งนี้เลยก็ว่าได้ หลังจากที่ขบวนของโตโยต้าจากฝั่งไทยผ่านมาได้เรียบร้อยก็เป็นคาราวานชุดของฝั่งลาวตามหลังมา แต่เกิดปัญหาขึ้นเมื่อรถคันนำของขบวนลาวดูไลน์ผิดไปหน่อยทำให้ด้านหน้ารถจมลงไปเครื่องยนต์ดับและติดอยู่กลางแม่น้ำปากซัน งานนี้ “อาจารย์นู” และ “ซูเปอร์เผือก” รถเซอร์วิสของฝั่งไทยได้โชว์ฝีมืออีกครั้งด้วยการลุยน้ำข้ามกลับไปช่วยจัดการใช้วินซ์ลากขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย และเซอร์วิสทั้ง 2 ท่านของเรายังได้ช่วยขับประคองรถคันที่จมน้ำกลับมาจนถึงเวียงจันทน์ได้อย่างปลอดภัย จากเหตุการณ์นี้ทำให้คณะของเรายกนิ้วและยอมรับในความมีน้ำใจและสปิริตของความเป็นเซอร์วิสของทั้ง 2 ท่านด้วยใจจริง สุดยอดจริงๆ ครับทั้ง “อาจารย์นู” และ “ซูเปอร์เผือก”   

           เช้าวันรุ่งเป็นวันสุดท้ายของการอยู่ในประเทศลาว คณะของเราไม่ต้องรีบร้อนมากเพราะนอนอยู่ริมฝั่งโขงใกล้กับข้ามสะพานมิตรภาพนิดเดียว เราตื่นกันสายๆ สบายๆ รับประทานอาหารเช้าเสร็จก็เดินทางกลับเข้าฝั่งไทยมาทานข้าวเที่ยงแบบอิ่มอร่อย เสร็จเรียบร้อยเราก็ขึ้นเครื่องเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย

           จบทริปนี้ไปด้วยความรู้สึกที่มากมายยากจะอธิบาย ทั้งความสนุกสนานตลอดทั้งทริป ความรู้สึกอิ่มบุญที่ได้ทำในครั้งนี้ ความมีสปิริตและน้ำใจของพวกเราทุกคนโดยเฉพาะซูเปอร์เซอร์วิสจากประเทศไทย ที่ขาดไม่ได้คือ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เจ้าภาพของเราในครั้งนี้ สต๊าฟที่น่ารักจากโตโยต้า ทั้งคุณโบ๊ท , คุณตี๋ , คุณเบนซ์ , ลุงเอก และอีกหลายๆ ท่านที่ช่วยดูแลเราตลอดทั้งทริป ขอบคุณจากใจจริงครับ



     
      
    view